การเขียนบทความวิจัยจากงานสิ่งประดิษฐ์

การเขียนบทความวิจัยจากงานสิ่งประดิษฐ์

โดย รศ.ดร.โกสินทร์ จำนงไทย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

   การสร้างของหรือที่เราเรียกกันว่าสิ่งประดิษฐ์เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสังคมและประเทศ ประเทศไทยต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และทรัพยากรมนุษย์เหล่านัน้ ก็ควรมุ่งมั่นในการประดิษฐ์สิ่งของหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เพิ่มคุณค่าและก่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชนและประเทศไทย บุคคลดังกล่าวในประเทศไทยมักทำงานเป็นนักวิจัยและ/หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยซึ่งจำเป็นต้องเขียนบทความเพื่อแสดงความเป็นเจ้าขององค์ความรู้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งประดิษฐ์มักอยู่ในรูปของการประยุกต์มากกว่าความรู้พืน้ ฐานที่จะนำไปเขียนในบทความวิจัย นักประดิษฐ์จึงมักประสพความยากลำบากในการนำประสบการณ์การพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มาเขียนเป็นบทความวิจัย บทความนีข้ อนำเสนอแนวทางการเขียนบทความวิจัยจากงานสิ่งประดิษฐ์เพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักประดิษฐ์ในการเขียนบทความวิจัยจากผลงานสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเรื่องที่จะเขียนต่อไปนีเป็นเรื่องที่ผู้เขียนได้รับเกียรติให้บรรยายในการประชุมวิชาการ ECTI‐CARD 2011 ซึ่งจัดขึน้ ระหว่างวันที่ 4‐6 พฤษภาคม พ.ศ.2554 และนำมาปรับแต่งให้เข้ากับนิตยสารอิเล็กทรอนิกส์นี้โดยภาพบางภาพได้นำมาจากหนังสือเรื่อง “ระเบียบและวิธีวิจัย” ซึ่งผู้เขียนบทความนี้เป็นผู้เรียบเรียงขึ้นเอง
 
ทำไมต้องคิดค้นสิ่งประดิษฐ์
การหารายได้ของประเทศเพื่อเลีย้ งประชาชนของตนเองเป็นงานสำคัญสำหรับผู้นำประเทศและประชาชนในประเทศนัน้ งานหลักในการหารายได้ของประเทศมักขึน้ อยู่กับเงื่อนไขของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ อุปนิสัยของประชาชน เป็นต้น ยกตัวอย่างของประเทศเดนมาร์คซึ่งอยู่ในบริเวณที่มีอากาศหนาวมากเหมาะสำหรับการเลีย้ งโคนม ชาวเดนมาร์คส่วนใหญ่จึงเลีย้ งโคนมและผลิตนมขายไปทั่วโลก ในขณะเดียวกันชาวเดนมาร์คที่ไม่ได้เลีย้ งโคนมก็ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการผลิตนม เช่น การขนส่งนม เครื่องจักรในการผลิตนม เครื่องมือในการตรวจนม เครื่องจักรที่ทำการฆ่าเชือ้ โรค เครื่องจักรในการทำนมผง เครื่องจักรในการทำเนย เป็นต้น ประเทศเดนมาร์คมีอาชีพหลักอย่างเดียวคือการผลิตนมส่งขายไปทั่วโลกก็ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้ ประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็ นเกาะที่มีพืน้ ที่เล็กกว่าเกาะภูเก็ต ไม่มีทรัพยากรมากนัก พืน้ ที่เพาะปลูกน้อย ชาวสิงคโปร์จึงอาศัยภูมิประเทศที่อยู่ในจุดที่เรือต้องผ่านจากทวีปยุโรปและเอเชียใต้
ซึ่งอยู่ทางตะวันตกไปยังเอเชียตะวันออกในการทำตัวเป็นท่าเรือที่ปลอดภาษี สิงคโปร์ฝึกประชาชนให้พูดภาษาอังกฤษซึ่งเข้าใจว่าเป็นภาษาสากลและการค้าขายเพื่อต้อนรับการมาเยือนของนักธุรกิจชาวต่างประเทศ สิงคโปร์ซึ่งถึงแม้จะมีพืน้ ที่เล็กประชากรน้อยนิดก็มีชีวิตความเป็ นอยู่ที่ดีได้ ไม่ว่าประเทศจะมีอาชีพหลักเป็ นอะไรก็ตาม ประชาชนทุกคนที่มีความสามารถต่างกันสามารถหาอาชีพได้ทัง้ นัน้ ดังนัน้ การออกแบบงานหลักของประเทศและนำพาประเทศไปสู่การมีงานมีรายได้และความมั่งคั่งของความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนจึงเป็นงานสำคัญของผู้นำประเทศ ดรรชนีสำหรับวัดความเป็นอยู่และความมั่งคั่งของประชาชนอย่างหนึ่งคือจีดีพี (GDP: Gross Domestic Production) หรือการผลิตมวลรวมภายในประเทศ ถ้าสังเกตจีดีพีซึ่งธนาคารโลกประกาศไว้ จะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น สหรัฐอเมริกาสหภาพยุโรป เป็นต้น มีผลผลิตมวลรวมสูงกว่าร้อยละ 20 ดังแสดงในคอลัมน์ที่สองของตารางที่ 1 แต่เมื่อนำเอาจำนวนประชากรทัง้ หมดซึ่งแสดงในคอลัมน์ที่สามมาหารเพื่อหาผลผลิตต่อหัวก็จะได้จีดีพีต่อหัวในคอลัมน์สุดท้าย ในคอลัมน์นี้จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีผลผลิตต่อหัวต่อปีราว 1 ใน 10 ของประเทศญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฯลฯ ผลผลิตต่อหัวของคนไทยคิดเป็น 1 ใน 5 ของคนเกาหลี และเป็นครึ่งหนึ่งของชาวมาเลเชีย ในขณะเดียวกันประเทศหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วพยายามลดเวลาการทำงานและเพิ่มเวลาให้กับครอบครัว ดังนัน้ เวลาทำงานในประเทศที่มีผลผลิตต่อหัวสูงก็ไม่ได้ใช้เวลาในการทำงานมากกว่าประเทศที่ด้อยพัฒนา
 
อ่านฉบับเต็ม How_to_write_paper_from_invention.pdf
Back to E-magazine List
 

ECTI Association
99 M.18 Paholyothin Rd., Klong Luang, Pathumthani 12120, THAILAND
E-mail: ecti.secretary@gmail.com
Find us on: